ปัจจัยเสี่ยงโรคเกาต์ 5 ประการ ที่ควรใส่ใจ โดย รองเท้า refre

ปัจจัยเสี่ยงโรคเกาต์ 5 ประการ ที่ควรใส่ใจ โดย รองเท้า refre

ความเสี่ยงโรคเกาต์เกิดขึ้นอย่างไร
โรคเกาต์เป็นชื่อโรคที่ฟังดูแล้วตลก แต่สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ความเจ็บปวดจากโรคเก๊าต์ หรือโรคข้ออักเสบประเภทนี้ คงไม่ตลก โรคเก๊าต์เกิดจากกรดยูริคที่ตกผลึกตามข้อต่ออย่างน้อยหนึ่งหรือในหลายข้อต่อ โดยเฉพาะข้อต่อตามนิ้วเท้าและนิ้วมือ และโรคเกาต์ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอาการปวดและการอักเสบเท่านั้น แต่ความเจ็บปวดที่เกิดจากเกาต์อาจเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ
มีปัจจัยบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์ แต่เราก็สามารถที่จะจัดการเพื่อให้ห่างไกลจากโรคได้
รองเท้าแตะเพื่อสุขภาพเท้า

ปัจจัยเสี่ยงโรคเกาต์ - รองเท้า refre

1. อายุ
โรคเกาต์สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ชาย พบได้ในวัยยี่สิบถึงสามสิบปี เช่นเดียวกับที่พบได้ทั่วไปตั้งแต่อายุ 45 ขึ้นไป
“เปรียบเทียบการใช้ความคล้ายคลึงกันของเครื่องปั่นเกลือ ที่ผู้สูงอายุจะมีโอกาสมากเป็นขึ้น เหมือนที่เครื่องปั่นที่เต็มและอาจทำให้เกิดการรั่วซึมได้เมื่อใส่” เกลือ “ลงไป” Theodore Fields, MD, โฆษกของ GoutPitStop.com, ผู้อำนวยการของ แผนปฏิบัติการด้านการบำบัดโรคที่โรงพยาบาลพิเศษศัลยกรรมและศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์คลินิกที่ Weill Cornell Medical College ในนิวยอร์กซิตี้ กล่าว

โรคเกาต์ส่งผลให้เกิดอาการปวดเกร็ง ความเสี่ยงโรคเกาต์ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามอายุ เนื่องจากว่าไตจะทำงานไม่ดีเท่าเดิม ซึ่งทำให้ระดับกรดยูริคในร่างกายเพิ่มขึ้นได้ ในที่สุดเมื่ออายุมากขึ้นก็มีการใช้ยาสำหรับคนจำนวนมาก และยาบางส่วนก็ยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์อีก (ads) รองเท้าเพื่อสุขภาพ refre

2. เพศ
ในขณะที่ทั้งชายและหญิงสามารถเป็นโรคเกาต์ได้ แต่ก็สามารถพบได้บ่อยในเพศชาย ความเสี่ยงโรคเกาต์ยังมีโอกาสพบได้ในช่วงอายุขอผู้ชายได้เร็วกว่าและตลอดช่วงอายุ สาเหตุอย่างแรกเป็นเพราะระดับกรดยูริคในผู้ชายมีสูงกว่าผู้หญิง – ดร. ฟิลด์อธิบาย ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีแนวโน้มที่จะปกป้องผู้หญิงจากโรคเกาต์ได้ในช่วงของปีแรกที่คลอดบุตร แต่หลังจากช่วงหมดประจำเดือน หรือช่วงวัยทองความเสี่ยงโรคเกาต์ของผู้หญิงก็เพิ่มขึ้น

(ads) รองเทาแตะสุขภาพ

3. เงื่อนไขทางการแพทย์อื่น ๆ
เงื่อนไขทางการแพทย์หลายอย่าง สามารถที่จะเพิ่มความเสี่ยงโรคเกาต์ของคุณได้
N. Lawrence Edwards, MD, ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ในแผนกภูมิคุ้มกันทางคลินิกของมหาวิทยาลัยฟลอริดาใน Gainesville, ประธานและซีอีโอ Gout & Uric Acid Education Society กล่าวว่า “คนอ้วนที่โอกาสที่จะเป็นโรคเกาต์ได้มากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติถึง 4 เท่า สำหรับสมาคมการศึกษากรด

– โรคเบาหวานและความต้านทานต่ออินซูลิน อาจมีโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นโรคเกาต์ได้เนื่องจากอาจทำให้ไตทำงานลดลงได้
– ผู้ที่มีเนื้องอกที่เป็นมะเร็งในระหว่างการรักษาอาจมีระดับกรดยูริคสูงทำให้เกิดโรคเกาต์
– การลดน้ำหนัก มีความจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกาต์ได้
– เช่นเดียวกับการได้พบหมอประจำเพื่อตรวจสุขภาพเพื่อให้สามารถป้องกันสาเหตุที่จะเกิดโรคได้

4. การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
การดื่มแอลกอฮอล์บางชนิดอาจทำให้มีโอกาสเกิดโรคเกาต์เพิ่มขึ้น
“การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าไวน์ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์ ซึ่างต่างจากเบียร์ที่มีโอกาสทำให้เกิดโรคได้” Herbert S.B. Baraf, MD, ศาสตราจารย์คลินิกด้านการแพทย์ของ George Washington University และหุ้นส่วนอาวุโสของ Arthritis and Rheumatism Associates ในพื้นที่ Washington, D.C. กล่าว

“ในการศึกษาเปรียบเทียบหว่างเบียร์ เหล้าและไวน์ โดยใช้โดยที่ทดลองสองแก้วต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงพบว่าเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาของโรคเกาต์ในระยะต่อไป ในขณะที่ไวน์ไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยง”
ในการที่จะลดความเสี่ยงโรคเกาต์ควรดเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด หรือก็สามารถที่จะดื่มไลน์ได้ แต่ก็ควรดื่มให้น้อยที่สุด

5. ยาบางชนิด
ยาบางชนิดอาจทำให้โอกาสในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์ได้ ตัวอย่างเช่น ยาขับปัสสาวะบางอย่างยาแอสไพรินเด็กและยาไซโคลสปอร์นที่ป้องกันการปฏิเสธ (cyclosporine) (Gengraf; Neoral; Sandimmune)

แต่ในหลายกรณี ไม่ใช่เพียงแค่ข้อกำหนดเหล่านี้ แต่การใช้ยาก็มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม และไม่ควรหยุดเพียงเพราะความเสี่ยงของโรคเกาต์ และสามารถใช้ยาอื่น ๆ ที่ช่วยลดกรดยูริคได้ (แม้ว่าการเริ่มใช้ยานี้อาจทำให้เกิดโรคเกาต์ได้)

สำหรับคนเป็นโรคเกาต์อาจจะรู้สึกเจ็บปวดตามข้อนิ้วเท้า จะดีกว่าไหมถ้ามีรองเท้าใส่สะบายนุ่มเพื่อสุขภาพเท้า พร้อมกับซิลิโคนรองส้นเท้าเพื่อบรรเทาอาการ ด้วย รองเท้า refre และซิลิโคน ส้นเท้า จาก healthyslippers.com สินค้าคุณภาพ พร้อมด้วยบทความดีๆเกี่ยวกับสุขภาพเท้า สนใจสั่งซื้อ คลิ๊กลิ้ง ได้เลยค่ะ